ทำไมโตเกียวดื่ม Highball 1฿฿ แต่กรุงเทพแก้วละ 3฿฿

5 พฤษภาคม 2026
Posted in: Lifestyle
More from this author
By MR.LIQ9

ในโตเกียว ไม่มีใครเรียก Highball ว่า “Cocktail” มันคือเครื่องดื่มที่คุณสั่งทันทีหลังนั่งลงที่ร้าน เหมือนกับที่คนไทยสั่งน้ำเปล่า ไม่ต้องคิด ไม่ต้องดูเมนู

ร้านอาหารเกือบทุกแห่งในโตเกียวมีเครื่องจ่าย Highball อัตโนมัติตั้งอยู่ที่บาร์ เปิดตลอดเวลา พร้อมเสิร์ฟทันทีในราคา 400–600 เยน หรือประมาณ 100–150 บาท ในขณะที่ข้ามมาที่กรุงเทพ เครื่องดื่มชนิดเดียวกัน วิสกี้ขวดเดียวกัน ราคากลับกระโดดขึ้นไปอยู่ที่ 280–380 บาทต่อแก้ว — สูงกว่าราคาในต้นกำเนิดถึง 2–3 เท่า

โตเกียว — Everyday Drink
100–150 บาท
400–600 เยน เครื่องจ่ายอัตโนมัติ ทุกร้าน ทุกคืน
กรุงเทพ — Premium Cocktail
280–380 บาท
วิสกี้เดียวกัน แต่ถูก Position เป็นอีก Category

Bangkok Markup เทียบ Tokyo: 2–3 เท่า

Highball

ความน่าสนใจคือส่วนต่างนี้ไม่ได้มาจากต้นทุนของวิสกี้ เพราะ Kakubin ในไทยและในญี่ปุ่นราคาไม่ต่างกันมากนัก แต่มาจากการที่ Highball ในกรุงเทพถูก Position ให้เป็น Premium Cocktail ในขณะที่ในโตเกียวมันคือ Everyday Drink ของคนทั่วไป

ในบทความนี้ LIQ9 จะพาคุณไปดูเรื่องราวของ Suntory ที่ทำให้ Highball กลายเป็นวัฒนธรรมระดับชาติของญี่ปุ่นในปี 2008 พร้อมคำนวณตัวเลขจริงว่า Highball ที่บ้านในกรุงเทพต้นทุนเท่าไร และแนะนำขวดที่ทำให้คุณสร้าง Tokyo Standard ในห้องนั่งเล่นของตัวเองได้โดยไม่ต้องบินไปถึงโตเกียว


Suntory คือผู้ทำให้ทั้งโลกดื่ม Highball

Suntory Kakubin

ย้อนกลับไปปี 2008 ยอดขายวิสกี้ในญี่ปุ่นตกต่ำต่อเนื่องมา 26 ปีติดต่อกัน คนรุ่นใหม่ในวัย 20–30 ปีมองวิสกี้เป็นเครื่องดื่มของพ่อ ของคนรุ่นเก่า ไม่ใช่ของพวกเขา บาร์ในโตเกียวค่อย ๆ เปลี่ยนจาก Whisky Bar เป็น Wine Bar หรือ Cocktail Lounge และ Distillery ของ Suntory เริ่มลดกำลังการผลิตลง

Suntory ตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครในวงการวิสกี้ระดับโลกเคยทำมาก่อน

แทนที่จะขายวิสกี้ให้แพงขึ้นและ Exclusive ขึ้นเพื่อรักษากลุ่มลูกค้า Premium พวกเขาทำสิ่งตรงข้าม — ทำให้วิสกี้ถูกลงและ Accessible ขึ้น เปิดตัว Highball Revival Project ทั่วประเทศ ใช้ดารา Koyuki เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาทางทีวี โน้มน้าวให้ Izakaya เพิ่ม Highball ลงในเมนู ติดตั้งเครื่องจ่าย Highball อัตโนมัติ และตั้งราคาให้ต่ำพอที่จะสั่งทุกคืนหลังเลิกงาน

ผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้ทั้งวงการวิสกี้โลกต้องหยุดมอง

15,000

Izakaya ที่เสิร์ฟ Suntory Highball ก่อนแคมเปญปี 2008

60,000

ร้านที่เข้าร่วมภายในปี 2009 — เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า

+24%

ยอดขาย Suntory Whisky โดยรวมในปีแรกหลังแคมเปญ

+9%

ตลาดวิสกี้ญี่ปุ่นโดยรวม — ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 25 ปี

ที่มา: Metropolis Japan (Highball Fever, 2009) · Fast Company — Suntory Brand History (2024) · Suntory Spirits Annual Business Report

ทำไม Bangkok Markup ถึงสูงกว่าโตเกียว 2–3 เท่า

ส่วนต่างราคาระหว่างกรุงเทพและโตเกียวไม่ได้มาจากต้นทุนของวิสกี้ แต่มาจากการที่ Highball ในกรุงเทพถูก Position เป็น Premium Cocktail ไม่ใช่ Everyday Drink บาร์รู้ว่า Image ของ “Japanese Whisky Highball” มี Perceived Value สูงในตลาดไทย และตั้งราคาตามมุมมองนั้น

นี่ไม่ใช่การกล่าวหาใคร — มันคือ Market Logic ที่เข้าใจได้ บาร์มีค่าใช้จ่ายจริงทุกบาท ทั้งค่าเช่าทำเลทอง ค่าแรงพนักงาน ค่าบรรยากาศที่ออกแบบมาให้คุณรู้สึก ค่า Playlist ที่ผ่านการคัดเลือก ค่าระบบเสียงและแสงที่ทำให้แก้วในมือดูดีกว่าที่ควรเป็น ทุกอย่างนั้นมีราคา และเป็นราคาที่คุ้มในหลายโอกาส

แต่คำถามที่น่าคิดคือ — คุณอยากจ่ายเพื่อสิ่งเหล่านั้นทุกครั้งที่อยากดื่ม Highball ที่ดี หรือบางครั้งคุณแค่อยากได้แก้วที่ใช่ ในบ้านของตัวเอง ในจังหวะที่คุณต้องการ

Tokyo Standard ที่แท้จริงคือการรู้ว่าตอนไหนควรไปบาร์ และตอนไหนควรเปิดขวดที่บ้าน

The Math — เพราะตัวเลขก็สำคัญ

มาดูตัวเลขกันชัด ๆ Suntory Kakubin หากรินตามมาตรฐานบาร์โตเกียวที่ 45ml ต่อแก้ว จะทำ Highball ได้ 15 แก้วต่อขวด

ต้นทุน Highball หนึ่งแก้วที่บ้าน:

วิสกี้ Kakubin 45ml64 บาท
โซดาคุณภาพดี8 บาท
น้ำแข็งใส3 บาท
มะนาวฝานบาง4 บาท
รวมต้นทุนที่บ้าน79 บาท / แก้ว
ราคาบาร์กรุงเทพ280–380 บาท
ส่วนต่างต่อแก้ว200–300 บาท

ลองคำนวณยาวขึ้นถึงระดับปี ถ้าคุณดื่ม Highball 2 แก้วต่อสัปดาห์ที่บาร์ตลอดทั้งปี นั่นคือ 104 แก้ว

ค่าบาร์ตลอดปี (104 แก้ว)31,000–39,000 บาท
ทำเองที่บ้านตลอดปีไม่เกิน 8,200 บาท
ส่วนต่างต่อปี23,000–31,000 บาท

ส่วนต่างนั้นเทียบเท่ากับอะไรบ้าง

Kakubin 24–32 ขวดหรือ Highball ที่บ้านได้อีกหลายร้อยแก้ว
ตั๋วโตเกียว + กลับพร้อมค่าโรงแรมสองคืนในย่าน Shibuya ยังเหลือค่ากินข้าว

จะไปดื่ม Highball ที่ต้นตำรับก็ได้ หรือจะทำ Tokyo Standard ที่บ้านก็ได้ ตัวเลขเปิดทางให้ทั้งสองตัวเลือก


เลือกขวดสำหรับ Highball ที่บ้าน

แนะนำ
Suntory Kakubin
ต้นตำรับ Highball Culture ของญี่ปุ่นปี 2008 บุคลิกเบา สะอาด หวานเล็กน้อยจาก Sherry Cask โซดาพาตัวออกมาได้ดีที่สุดในบรรดาขวดในรายการนี้
64 บาท / แก้ว · 15 แก้ว / ขวด
เริ่มต้น
Tenjaku Whisky
Japanese Blend ที่ราคาเข้าถึงได้ที่สุดในรายการ เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ Highball ที่บ้านและยังไม่อยากลงทุนหนัก
56 บาท / แก้ว · 15 แก้ว / ขวด
คุ้มสุด
Johnnie Walker Red 1L
ปริมาณมากที่สุดต่อบาท รสเข้มและมีกลิ่น Smoke เล็กน้อยกว่า Japanese Blend เหมาะถ้าชอบ Highball ที่มี Backbone ชัด
44 บาท / แก้ว · 22 แก้ว / ขวด

  1. Suntory  Whisky Kakubin (700 ml)

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Suntory Whisky Kakubin (700 ml)
    Rating:
    100%
    สินค้าหมด
  2. Tenjaku  Whisky (700 ml)

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Tenjaku Whisky (700 ml)
    สินค้าหมด
  3. Johnnie Walker  Red Label (1 L)

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Johnnie Walker Red Label (1 L)
    สินค้าหมด

ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากขวดไหน?

ทักหา Sommelier ของ LIQ9 บอกสไตล์ที่ชอบและงบประมาณ — เราแนะนำขวดที่ใช่ให้ และจัดส่งภายในวันเดียวในกรุงเทพ

Line @LIQ9

คำถามที่พบบ่อย

Highball ที่ดีต้องใช้น้ำแข็งแบบไหน?

Large Cube ขนาด 5x5 เซนติเมตรขึ้นไป หรือน้ำแข็งใสบดเป็นชิ้นใหญ่ ห้ามใช้น้ำแข็งหลอดเล็กจากตู้เย็นเด็ดขาด เพราะจะละลายเร็วและเจือจาง Highball ภายในไม่กี่นาที ทุกวันนี้ Large Cube มีวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของไทยอย่าง Tops, Villa Market และ Gourmet Market แล้ว เคล็ดลับเสริมจากบาร์โตเกียว — ก่อนเทวิสกี้ ให้คนน้ำแข็งในแก้วประมาณ 5–10 รอบเพื่อให้แก้วเย็นจัด แล้วเทน้ำที่ละลายออก ก่อนจะเริ่มทำ Highball จริง

โซดาแบรนด์ไหนเหมาะกับ Highball มากที่สุด?

ในญี่ปุ่นบาร์ระดับสูงใช้ Wilkinson Tansan ที่มีฟองละเอียดและคงทน ในไทยทางเลือกที่ใกล้เคียงคือ Schweppes Soda Water, Singha Soda หรือ Perrier หากต้องการ Premium ขึ้น หลีกเลี่ยงโซดาประเภท Tonic Water หรือ Sparkling Mineral Water ที่มีรสติดมาเอง เพราะจะกลบบุคลิกของวิสกี้ เคล็ดลับสำคัญคือเปิดขวดโซดาขณะที่เย็นจัด และเทเป็นจังหวะเดียวเพื่อรักษาฟอง ห้ามคนหลังเทโซดาเพราะจะทำให้ฟองหายภายในไม่กี่วินาที

Kakubin กับ Toki ต่างกันอย่างไร?

ทั้งคู่เป็น Japanese Blended Whisky ของ Suntory แต่ออกแบบมาเพื่อตลาดและจุดประสงค์ต่างกัน Kakubin (1937) คือต้นตำรับสำหรับตลาดในญี่ปุ่น ใช้ Yamazaki และ Hakushu Malt เป็นแกน บุคลิกเบาและหวานเล็กน้อยจาก Sherry Cask เหมาะสำหรับ Highball แบบ Izakaya Style ส่วน Toki (2016) คือเวอร์ชันที่ออกแบบมาสำหรับตลาดส่งออก ใช้ Hakushu เป็นแกนหลัก เพิ่ม Yamazaki และ Chita Grain บุคลิกสะอาดและสดกว่า Kakubin มี Citrus Notes เด่นกว่า ทั้งคู่ทำงานได้ดีในรูปแบบ Highball แต่ Toki มีแนวโน้มที่ Mainstream Drinker จะเข้าถึงได้ง่ายกว่า ในขณะที่ Kakubin มีบุคลิกแบบดั้งเดิมที่นักดื่ม Purist นิยมมากกว่า


Tokyo Standard คือทางเลือก ไม่ใช่ทางลัด

Highball

หัวใจของสิ่งที่เราเล่ามานี้ไม่ได้บอกว่าคุณควรเลิกไปบาร์ในกรุงเทพ บาร์คือพื้นที่ที่มีคุณค่าในตัวเอง — บรรยากาศ คน บทสนทนา และ Energy ที่ห้องนั่งเล่นให้ไม่ได้ และจะยังคงเป็นพื้นที่ที่คุณสามารถกลับไปอย่างสม่ำเสมอ

แต่ Tokyo Standard บอกว่าคุณมีทางเลือกในวันที่แค่อยากได้แก้วที่ดี ในเวลาที่ใช่ ในห้องของตัวเอง โดยไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อ ไม่ต้องเรียกแท็กซี่ และไม่ต้องจ่ายในราคาที่สะท้อนสิ่งอื่นที่คุณไม่ได้ต้องการในคืนนั้น

ครั้งต่อไปที่คุณคิดว่าอยาก Highball ในเย็นวันธรรมดา ลองพิจารณาว่าคุณต้องการบรรยากาศของบาร์จริง ๆ หรือต้องการแค่แก้วที่ใช่ คำตอบของคุณอาจเปลี่ยนวิธีที่คุณดื่มในปีต่อไปอย่างสิ้นเชิง

Tokyo Standard ที่แท้จริงไม่ใช่เครื่องดื่มที่ดีที่สุด แต่คือเครื่องดื่มที่ใช่ที่สุดสำหรับช่วงเวลาที่ใช่ที่สุด — และบางครั้งช่วงเวลานั้นอยู่ในห้องนั่งเล่นของคุณเอง

เริ่มต้น Tokyo Standard ที่บ้าน

Kakubin, Tenjaku และ Johnnie Walker Red พร้อมส่งถึงบ้านภายในวันเดียวในกรุงเทพ

ดู Whisky สำหรับ Highball ที่ LIQ9

ราคา ณ เดือนพฤษภาคม 2026 · กรุณาตรวจสอบสต็อกก่อนเผยแพร่ · SKU: LWH0325AA / LWH0563AD / LWH0051BU