Ballantine's - จากวิสกี้ร้านชำ สู่ราชสำนักอังกฤษ
ในตู้โชว์ของบ้านคนไทยจำนวนมาก จะมีพื้นที่หนึ่งที่สงวนไว้สำหรับ Scotch Whisky ขวดหนึ่ง — ขวดที่มีฉลากสีครีมตัวอักษรสีน้ำเงินคลาสสิก และตราประทับ wax seal สีแดงรูปตัว B ที่มุมล่าง
คุณเดินเข้าบ้านญาติ บ้านเพื่อนพ่อแม่ บ้านปู่ย่าตายายในต่างจังหวัด ก็มักจะเจอขวดเดียวกันนั้นวางอยู่ในมุมเดียวกัน ขวดนั้นคือ Ballantine’s — แบรนด์ที่อยู่ในวัฒนธรรมการดื่มของคนไทยมาตลอดสองรุ่น โดยที่ดีไซน์ขวดและสูตร Blend แทบไม่เปลี่ยนเลย
เป็นความนิ่งที่กลายเป็นเอกลักษณ์ในยุคที่แบรนด์อื่น ๆ ปรับโฉมตัวเองทุกสองสามปี
แต่เบื้องหลังขวดที่ดูเรียบง่ายนั้น คือ Brand Story ที่เริ่มต้นมาเกือบ 200 ปี และผ่านการสะสมเกียรติยศจากราชสำนักอังกฤษ จนถึงรางวัลระดับโลกในศตวรรษที่ 21
ชายหนุ่มวัย 19 ปีกับร้านขายของชำใน Edinburgh

ปี ค.ศ. 1827 George Ballantine ในวัย 19 ปี เปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ในเมือง Edinburgh ของสก็อตแลนด์ ขายเนย ชา กาแฟ และของจำเป็นในชีวิตประจำวันให้ชาวเมือง ในร้านนั้นมีชั้นเล็ก ๆ ที่จัดวาง Whisky ไว้ขาย — และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่ภายหลังจะกลายเป็นหนึ่งใน Whisky ขายดีที่สุดในโลก
George สังเกตอย่างหนึ่งที่พ่อค้าคนอื่นไม่ได้สังเกต — ลูกค้าแต่ละคนมีรสนิยมเรื่อง Whisky ไม่เหมือนกัน บางคนชอบหนัก บางคนชอบนุ่ม บางคนต้องการความ Smooth ที่ดื่มได้ทุกวัน เขาจึงเริ่ม Blend — นำ Whisky จากโรงกลั่นต่าง ๆ มาผสมกันเพื่อสร้างรสชาติที่สมดุลกว่าการดื่มจากโรงกลั่นใดโรงกลั่นหนึ่งเพียงแห่งเดียว
ในยุคนั้น การ Blend Whisky ยังไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปเข้าใจ Single Malt ยังเป็นเครื่องดื่มที่หนักและตรงไปตรงมาเกินไปสำหรับตลาดใหญ่ Blended Whisky จึงเป็นนวัตกรรมที่เปิดประตูให้ Whisky กลายเป็นเครื่องดื่มของคนทุกชนชั้น ไม่ใช่แค่ของคนในที่ราบสูงสก็อตแลนด์
1827
ปีที่ George Ballantine เปิดร้านใน Edinburgh อายุ 19 ปี
50+
Single Malt Distilleries ที่ใช้ใน Blend ปัจจุบัน
4
Single Grain Distilleries ที่เป็นรากฐานของ Blend
~200
ปีที่ Ballantine’s ยังคงรักษา DNA ของ Blend ไว้ไม่เปลี่ยน
จาก Edinburgh สู่ Glasgow และ Royal Warrant
ตราอาร์มที่เห็นบนกล่องและฉลากของ Ballantine’s ทุกขวดในปัจจุบัน ประกอบด้วยธงชาติสก็อตแลนด์และสี่องค์ประกอบสำคัญของการทำ Whisky — ดิน (ข้าวบาร์เลย์) น้ำ (จากลำธารใส) ไฟ (ที่ใช้กลั่นในหม้อทองแดง) และอากาศ (ที่ Whisky ใช้หายใจในถังโอ๊ค)
ปรัชญาของการ Blend ที่ส่งต่อมาเกือบสองศตวรรษ

ความลับของ Ballantine’s ไม่ได้อยู่ที่โรงกลั่นใดโรงกลั่นหนึ่ง — แต่อยู่ที่จำนวนของโรงกลั่นที่ทำงานร่วมกัน Ballantine’s ใช้ Whisky จาก Single Malt 50 แห่ง และ Single Grain 4 แห่งทั่วสก็อตแลนด์ มาผสมกันในสัดส่วนที่ Master Blender กำหนด สูตรนี้ถูกถ่ายทอดจาก Master Blender รุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งมาตลอดร้อยกว่าปี โดยที่ Character ไม่เปลี่ยน
หัวใจของ Blend อยู่ที่ Single Malt สี่โรงกลั่นหลักที่เป็นโครงสร้างทั้งหมด
Speyside
Glenburgie
หัวใจของ Character — ให้ความหวานแบบน้ำผึ้งและกลิ่นผลไม้เข้มข้น โน้ตของแอปเปิลแดงและแพร์สุก เนื้อสัมผัสนุ่มและเต็มในปาก
Speyside
Miltonduff
รากฐานที่ให้ความอบอุ่นและพลัง — กลิ่น Floral อ่อน ๆ ผสมเครื่องเทศ Cinnamon และโน้ต Liquorice ที่นุ่มนวล
Orkney Islands
Scapa
เสียงของชายฝั่งและลมในแก้ว — กลิ่น Maritime อ่อน ๆ ที่มีความเค็มและ Mineral ผสมกับโน้ต Floral ที่ละเอียด
Speyside
Glentauchers
ปิดท้ายด้วยความนุ่มและละเอียด — ทำหน้าที่เกลี่ยรสชาติให้ลื่นไหลจนถึงปลายลิ้น
ส่วนอีก 40 กว่าโรงกลั่นที่เหลือทำหน้าที่เติมรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ Blend สมบูรณ์ ปัจจุบัน Sandy Hyslop คือ Master Blender ผู้รับช่วงต่อ ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ DNA ของแบรนด์ — รับประกันว่าขวดที่ผลิตในวันนี้ให้รสชาติเดียวกับขวดที่ผลิตเมื่อ 50 ปีก่อน
ครอบครัวของ Ballantine’s
Ballantine’s ไม่ได้มีแค่ขวดเดียว แต่มีขวดในระดับอายุที่ต่างกัน ซึ่งแต่ละขวดเล่าเรื่องคนละบทของแบรนด์เดียวกัน
Ballantine’s Finest — ขวดที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกเรื่องราว

Ballantine’s Finest คือขวดเริ่มต้นและเป็นขวดที่คนไทยรู้จักมากที่สุด ไม่มี Age Statement ระบุไว้บนฉลาก แต่ใช้ Whisky ที่บ่มอย่างน้อย 3 ปีตามกฎของสก็อตแลนด์
ในแก้วให้รสที่นุ่ม สมดุล มีกลิ่นน้ำผึ้ง วานิลลา และเครื่องเทศอ่อน ๆ ที่ปลายลิ้น เป็นรสชาติที่ออกแบบมาให้เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มดื่ม Scotch หรือดื่มมาหลายสิบปี ขวดนี้สะท้อนปรัชญาของ George Ballantine ที่อยากทำให้ Whisky เป็นเครื่องดื่มของทุกคน ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เหมาะกับการดื่มในมื้ออาหาร หรือทำเป็น Highball กับโซดาเย็นจัดในวันหยุดยาว
Ballantine’s 17 Years — บทที่ Master Blender ปล่อยฝีมือเต็มที่

Ballantine’s 17 Years คือขวดที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ในสายตานัก Whisky ทั่วโลก ในเดือนตุลาคม ปี 2010 ขวดนี้ได้รับตำแหน่ง World Whisky of the Year จาก Jim Murray’s Whisky Bible 2011 ด้วยคะแนน 97.5 จาก 100 — เอาชนะ Whisky กว่า 4,500 ขวด และเป็น Blended Scotch ที่เอาชนะ Single Malt ทั้งหมดได้
Jim Murray’s Whisky Bible 2011
Jim Murray กล่าวถึงขวดนี้ว่าเป็น “หนึ่งใน Whisky ที่สวยที่สุด ซับซ้อนที่สุด และมีโครงสร้างที่น่าทึ่งที่สุดเท่าที่เคยถูกสร้างขึ้น”
รสชาติออกมาเข้มและซับซ้อน — น้ำผึ้ง วานิลลา และผลไม้แห้ง ตามด้วยแอปเปิลและแพร์สุก เครื่องเทศอบ และโน้ต Peat อ่อน ๆ ที่ตามมาในปลายลิ้น เหมาะสำหรับการดื่มช้า ๆ — Neat ในแก้ว Glencairn พักไว้สักครู่ก่อนนำขึ้นจิบ ความอบอุ่นจะค่อย ๆ เปิดชั้นกลิ่นที่ Master Blender ใช้เวลาประกอบขึ้นทีละชั้น
Ballantine’s 21 Years — ความลึกของถังที่ผ่านสองทศวรรษ

Ballantine’s 21 Years อยู่ในระดับที่นัก Whisky เริ่มมองหาเพื่อเก็บไว้สำหรับโอกาสพิเศษ Whisky ที่ใช้ใน Blend นี้มีอายุการบ่มอย่างน้อย 21 ปี — ระยะเวลาที่นานพอที่ถัง Oak จะถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของมันลงสู่ Whisky อย่างเต็มที่
ในแก้วได้กลิ่นน้ำผึ้งเข้ม ผลไม้แห้งสุก เปลือกส้ม วานิลลา และโน้ตของไม้โอ๊คที่ผ่านเวลาจนกลายเป็นความนุ่ม ปลายลิ้นมีความหวานจาก Single Grain ที่บ่มยาวเต็มที่ และกลิ่นควันบางที่ตามมาในที่สุด ขวดนี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อ Blend ได้รับเวลาเพียงพอ มันสามารถยืนเทียบเคียงกับ Single Malt อายุยาวได้อย่างไม่ต้องเสียศักดิ์ศรี
เหมาะสำหรับการเปิดในวาระสำคัญของชีวิต — วันแต่งงาน วันที่ลูกได้งานแรก หรือค่ำคืนที่ต้องการขวดที่บอกว่า “วันนี้ไม่เหมือนวันอื่น”
Ballantine’s 30 Years — ผลงานชิ้นเอกของ Master Blender

Ballantine’s 30 Years คือบทสุดท้ายและบทที่ทรงคุณค่าที่สุดในซีรีส์หลักของแบรนด์ Whisky ทุกหยดในขวดนี้บ่มในถังโอ๊คมาอย่างน้อย 30 ปี — ครึ่งหนึ่งของชั่วชีวิตคน Single Malt และ Single Grain ที่ใช้ใน Blend นี้ถูกคัดเลือกจากคลังถังที่ Master Blender เก็บไว้สำหรับโอกาสนี้โดยเฉพาะ
ในแก้วให้รสที่ลึก ซับซ้อน และเงียบสงบในแบบที่เฉพาะ Whisky บ่มยาวเท่านั้นทำได้ — โน้ตของน้ำผึ้งเก่า ส้มแช่อิ่ม ไม้กฤษณา ดาร์กช็อกโกแลต และกลิ่นควันที่ผ่านการกลั่นกรองด้วยเวลาจนกลายเป็น Perfume มากกว่ากลิ่นเผา
World Whiskies Awards 2024
World’s Best Blended Whisky + Best Scottish Blended Whisky — การยืนยันอีกครั้งว่าฝีมือของ Master Blender ในระดับ 30 ปียังคงรักษามาตรฐานระดับโลกไว้ได้
นี่คือขวดที่นักสะสม Whisky ทั่วโลกตามหา ไม่ใช่เพื่อดื่มในทุกค่ำคืน แต่เพื่อเก็บไว้เป็นบันทึกของแบรนด์ ของฝีมือ Master Blender และของเวลา 30 ปีที่ถังโอ๊คเก็บรักษา Whisky ไว้รอวันบรรจุขวด
บทที่ 5 — ทำไม Ballantine’s ถึงอยู่ในใจคนไทย
01
สัญลักษณ์ของการเลื่อนชั้น
Ballantine’s เข้ามาเมืองไทยในยุคที่ Scotch Whisky กำลังเป็นสัญลักษณ์ของการมีฐานะ ครอบครัวที่ซื้อ Ballantine’s มาวางในตู้โชว์คือครอบครัวที่ส่งสัญญาณว่ามั่นคงพอที่จะรับแขกด้วย Whisky จากต่างประเทศ
02
จับคู่กับอาหารไทยได้ดีอย่างน่าประหลาด
ความนุ่มของ Blend ไม่กลบรสจัดของอาหารไทย และความหวานของน้ำผึ้งและวานิลลาตัดเผ็ดได้ดี เป็นความบังเอิญทางวัฒนธรรมที่ทำให้ Ballantine’s กลายเป็นส่วนหนึ่งของโต๊ะอาหารไทยมากกว่าแบรนด์อื่น
03
ดีไซน์ที่ไม่เคยเปลี่ยน
ฉลากครีมตัวอักษรน้ำเงิน และ Wax Seal สีแดงคือสิ่งที่ลูกหลานเห็นในตู้โชว์ของพ่อแม่ และเป็นสิ่งเดียวกับที่พ่อแม่เห็นในตู้โชว์ของปู่ย่าตายาย ในยุคที่แบรนด์อื่นปรับโลโก้ทุกสองสามปี Ballantine’s เลือกที่จะอยู่นิ่ง — และความนิ่งนั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ขวดนี้รู้สึก “เป็นบ้าน”
จากร้านขายของชำ สู่ราชสำนักอังกฤษ

Ballantine’s ผ่านอะไรมาเยอะ — ผ่านยุคของ George Ballantine ที่ขายของชำใน Edinburgh ผ่านสงครามโลก ผ่านการเปลี่ยนเจ้าของหลายครั้ง ผ่านยุคที่ Whisky กลายเป็นสินค้าระดับโลก และผ่านการเข้ามาในเมืองไทยจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดื่มที่นี่
ตลอดเส้นทางนั้น สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือสูตร Blend ที่ Master Blender แต่ละรุ่นรักษาไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ขวดที่เปิดในวันนี้ ให้รสชาติเดียวกับขวดที่คุณพ่อของคุณเปิดเมื่อ 30 ปีก่อน
จาก Finest ที่อยู่ในมื้ออาหารทุกวัน ถึง 17 Years ที่เป็นบทพิสูจน์ฝีมือ Master Blender ถึง 21 Years ที่เก็บไว้สำหรับวาระสำคัญ จนถึง 30 Years ที่เป็นผลงานชิ้นเอก — ขวดทั้งสี่นี้คือบทที่ต่างกันของเรื่องเดียวกัน ที่ George Ballantine เริ่มเขียนตั้งแต่ปี 1827
เลือก Ballantine’s ขวดที่ใช่
ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากขวดไหน? ทีม LIQ9 แนะนำได้ตามสไตล์และโอกาสของคุณ
Ballantine’s ครบทุก Expression ที่ LIQ9
Finest, 17 Years, 21 Years และ 30 Years พร้อมส่งถึงบ้านในกรุงเทพ
ดู Ballantine’s ที่ LIQ9กรุณาตรวจสอบสต็อกก่อนเผยแพร่
