ทำความรู้จักกับ Big Four - 4 วัตถุดิบหลักของ Whisky
5 มกราคม 2022
Posted in: Liquor Basic
No comments
คำจำกัดความของ Whisky หรือ Whiskey นั้น คือ Spirits ที่ได้จากการหมักหัวเชื้อธัญพืช และกลั่นออกมาด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 95% บ่มในถังไม้ และบรรจุขวดด้วยบริมาณแอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่า 40% สิ่งที่เป็นหัวใจของ Whisky นอกจากถังไม้แล้ว ธัญพืชที่ใช้ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะธัญพืชที่แตกต่างกันไป จะแสดงรสชาติและคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน
สำหรับธัญพืชที่ใช้ในการผลิต Whisky นั้น จะมีทั้งหมด 4 แบบ ซึ่งถูกเรียกกันว่า Big Four ประกอบไปด้วย ข้าวบาร์เลย, ข้าวไรย์, ข้าวสาลี และข้าวโพด แต่ละชนิดจะมีเอกลักษณ์แตกต่างอย่างไร เราจะพูดถึงแบบรายตัวให้ได้ทราบกัน
| BARLEY
เป็นวัตถุดิบที่นิยมใช้กันอย่างช้านาน โดยสำหรับข้าวบาร์เลย์นี้ จะแบ่งย่อยออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ Malted Barley และ Unmalted Barley
ในแบบ Malted Barley หรือที่เรียกกันแบบง่าย ๆ คือ ข้าวบาร์เลย์งอก ที่ใช้วิธีแช่ข้าวบาร์เลยให้มีต้นอ่อนงอกออกมา จนเกิดเป็นน้ำตาลที่สามารถใช้ในการหมักกับยีสต์เป็นแอลกอฮอล์ได้ ให้คาแรคเตอร์รสชาติแบบ Nutty, Smokey ตามมาด้วย Chocolate และ Cocoa บ้างก็มีรสชาติแบบธัญพืชหรือกลิ่นคั่ว
ส่วน Unmalted Barley จะเป็นข้าวบาร์เลย์ที่ไม่ได้นำไปแช่ให้เป็น Malt เริ่มต้นในช่วงปี 1800 ตอนกลาง ที่สหราชอาณาจักรได้เพิ่มภาษี Malted Barley ใน Ireland ทำให้ผู้ผลิต Irish Whisky เปลี่ยนสูตรการผลิตใหม่ เพื่อหลบเหลี่ยงการจ่ายภาษีที่เพิ่มขึ้น คาแรคเตอร์ที่ได้จะมีความเบา, คม และมีรสชาติ Fruit ออกไปทางเปรี้ยวแบบ Green Apple และ Lemon
ในแบบ Malted Barley หรือที่เรียกกันแบบง่าย ๆ คือ ข้าวบาร์เลย์งอก ที่ใช้วิธีแช่ข้าวบาร์เลยให้มีต้นอ่อนงอกออกมา จนเกิดเป็นน้ำตาลที่สามารถใช้ในการหมักกับยีสต์เป็นแอลกอฮอล์ได้ ให้คาแรคเตอร์รสชาติแบบ Nutty, Smokey ตามมาด้วย Chocolate และ Cocoa บ้างก็มีรสชาติแบบธัญพืชหรือกลิ่นคั่ว
ส่วน Unmalted Barley จะเป็นข้าวบาร์เลย์ที่ไม่ได้นำไปแช่ให้เป็น Malt เริ่มต้นในช่วงปี 1800 ตอนกลาง ที่สหราชอาณาจักรได้เพิ่มภาษี Malted Barley ใน Ireland ทำให้ผู้ผลิต Irish Whisky เปลี่ยนสูตรการผลิตใหม่ เพื่อหลบเหลี่ยงการจ่ายภาษีที่เพิ่มขึ้น คาแรคเตอร์ที่ได้จะมีความเบา, คม และมีรสชาติ Fruit ออกไปทางเปรี้ยวแบบ Green Apple และ Lemon
| RYE
จุดเริ่มต้นของการใช้ข้าวไรย์ในการผลิต Whisky มาจากการที่ผู้ผลิต Whisky จากยุโรป ได้เข้าไปลงหลักปักฐานบนแผ่นดินใหม่ ที่จะถูกเรียกว่า America ในเวลาต่อมา ได้เปลี่ยนจากข้าวบาร์เลย มาใช้เป็นข้าวไรย์ ซึ่งหาและเพาะปลูกในสภาพอากาศได้ง่ายกว่า
คาแรคเตอร์ของ Rye มาจากความ Spicy ของพริกไทย, เม็ด Anise, มิ้นต์ และขนมปังข้าวไรย์ อีกทั้งยังให้ความ Dry แบบเต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มคาแรคเตอร์ของเครื่องเทศจากการบ่มในถังให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
คาแรคเตอร์ของ Rye มาจากความ Spicy ของพริกไทย, เม็ด Anise, มิ้นต์ และขนมปังข้าวไรย์ อีกทั้งยังให้ความ Dry แบบเต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มคาแรคเตอร์ของเครื่องเทศจากการบ่มในถังให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
| WHEAT
ธัญพืชที่ได้รับความนิยมในการผลิตขนมปัง หรือขนมอบต่าง ๆ เป็นธัญพืชที่พบได้ไม่บ่อยใน Whisky โดยเฉพาะบทบาทของธัญพืชหลักใน American Whisky (อเมริกัน วิสกี้) อย่าง Bourbon (เบอร์เบิ้น) ที่บางแบรนด์ จะใช้ข้าวสาลีในการปรับรสชาติของ Spirits ให้บางลง
ข้าวสาลีไม่ได้มีรสชาติที่ชัดเจนนัก แต่ให้รสชาติของขนมปังบาง ๆ ตามมาด้วยน้ำผึ้ง และกลิ่นมินต์เล็กน้อย ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวล เสริมรสชาติให้กับธัญพืชชนิดอื่นและรสชาติของถังบ่มได้
ข้าวสาลีไม่ได้มีรสชาติที่ชัดเจนนัก แต่ให้รสชาติของขนมปังบาง ๆ ตามมาด้วยน้ำผึ้ง และกลิ่นมินต์เล็กน้อย ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวล เสริมรสชาติให้กับธัญพืชชนิดอื่นและรสชาติของถังบ่มได้
| CORN
ธัญพืชที่มีบทบาทในการผลิต American Whiskey มากที่สุด ถูกนำมาใช้ในการผลิตในช่วง 1700 ตอนกลาง เป็นวัตถุดิบที่ขาดไปไม่ได้ สำหรับการผลิต Bourbon และ Moonshine สายพันธุ์ข้าวโพดที่นิยมใช้มากที่สุดคือ Yellow Dent #2 ที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาตั้งแต่ปี 1800 ตอนกลาง และผสมแบบข้ามสายพันธุ์แบบหนัก ๆ ในปี 1920-1930 เพื่อให้มีผลผลิตสูงขึ้นเป็นพิเศษ ข้าวโพดเป็นธัญพืชที่มีราคาถูก แต่คาร์โบไฮเดรตสูงพอที่จะให้ยีสต์ย่อยเป็นแอลกอฮอล์
หลาย ๆ คนเข้าใจผิดว่าข้าวโพด เป็นที่มาของรสชาติที่หวานของ Vanilla และ Maple Syrup แต่จริง ๆ แล้วไม่มีธัญพืชชนิดไหนให้น้ำตาลใน Whiskey และน้ำตาลไม่สามารถผ่านกระบวนการกลั่นมาได้ โดยคาแรคเตอร์ที่สามารถรับรู้ได้ จะมาจากถังไม้โอ๊คเสียมากกว่า
หลาย ๆ คนเข้าใจผิดว่าข้าวโพด เป็นที่มาของรสชาติที่หวานของ Vanilla และ Maple Syrup แต่จริง ๆ แล้วไม่มีธัญพืชชนิดไหนให้น้ำตาลใน Whiskey และน้ำตาลไม่สามารถผ่านกระบวนการกลั่นมาได้ โดยคาแรคเตอร์ที่สามารถรับรู้ได้ จะมาจากถังไม้โอ๊คเสียมากกว่า
