5 Signature Drink จาก Rooftop Bar แนะนำ
Rooftop Bangkok กำลังเล่าเรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องของวิว แต่เรื่องของแก้วซิกเนเจอร์ที่บาร์ระดับโลกของกรุงเทพฯ ออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อแสง ลม และเมืองข้างล่างโดยเฉพาะ
แสงสุดท้ายของวันที่ค่อย ๆ ลาดลงตามขอบฟ้า ลมที่เริ่มเย็นกว่าระดับถนน เสียงเมืองที่เบาลงเมื่อขึ้นไปอยู่สูงพอ และโต๊ะเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นจุดพักของคนทั้งวัน นี่คือเสน่ห์ของ Rooftop ที่ทำให้กรุงเทพฯ มีความเป็นเมืองในแบบที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก
Rooftop Bangkok เปลี่ยนไป และแก้วก็เปลี่ยนไปด้วย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Rooftop ของกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยเป็นพื้นที่เฉพาะของโรงแรม 5 ดาว ปัจจุบันได้กลายเป็นวัฒนธรรมหนึ่งที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์
ตั้งแต่ Speakeasy บนตึกแถวย่านสีลม จนถึงสกายบาร์ระดับโลกที่ติดอันดับ World's 50 Best Bars และสิ่งที่เปลี่ยนตามมาด้วยคือเมนู ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ค็อกเทลคลาสสิกที่บาร์ทั่วโลกมีเหมือนกัน แต่กลายเป็น ค็อกเทลซิกเนเจอร์ ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะของแต่ละบาร์
เราคัด 5 แก้วซิกเนเจอร์จาก 5 บาร์ Rooftop ระดับชั้นนำของกรุงเทพฯ มาแนะนำในบทความนี้
5 แก้วซิกเนเจอร์ที่ควรลองสักครั้งบน Rooftop กรุงเทพฯ
01
Vertigo · Banyan Tree Bangkok
Sky Forest — แก้วที่นำสวนป่ามาวางบนชั้น 61

Vertigo ที่ชั้น 61 ของ Banyan Tree Bangkok เป็นหนึ่งใน Rooftop แห่งแรก ๆ ของเมืองที่ทำให้คำว่า "สกายบาร์" เป็นภาษากลางของวัฒนธรรมการดื่มในกรุงเทพฯ และเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Sky Forest คือการตีความใหม่ของวิวที่มองออกไป ด้วยส่วนผสมที่ซับซ้อนแต่ลงตัว
Tanqueray ที่หอมจูนิเปอร์ Campari กับ Aperol ที่เล่นกับความขมหวานในระดับต่างกัน ปิดท้ายด้วย Strawberry Cordial และ Tonic Water ที่ทำให้ทุกอย่างเชื่อมต่อกันด้วยพรายฟองและความสด
เป็นแก้วที่อ่านง่ายในจังหวะแรก แต่เปิดความซับซ้อนทีละชั้นเมื่อค่อย ๆ จิบ เหมาะกับช่วงเวลา Sunset ที่ต้องการแก้วที่สวยทั้งสีและรส
ส่วนผสม: Tanqueray · Campari · Aperol · Angostura Bitters · Strawberry Cordial · Lime · Tonic Water

02
Cielo Sky Bar & Restaurant
SuperNOVA — บทสนทนาระหว่าง Whisky Japanese กับสไตล์ Martini

Cielo Sky Bar ที่ Sky Walk ใกล้ BTS พระโขนง คือบาร์ที่เปลี่ยนนิยามของ Rooftop ในย่านนอกใจกลางเมืองให้กลายเป็นจุดหมายของ Mixology ในระดับสากล แก้วซิกเนเจอร์อย่าง SuperNOVA คือบทพิสูจน์ของความกล้าในการ Cross-Culture
เริ่มจาก Togouchi Whisky ที่ Finish ในถัง Sake ให้คาแรคเตอร์ที่กึ่งญี่ปุ่นกึ่งสก็อต ผสานกับ Maraschino Liqueur ที่หวานละมุน Sake Vermouth ที่ทำให้กลิ่นข้าวเด่นขึ้น Orange Bitters ที่ตัดความหนัก และ Garnish เป็น Black Olive กับ Onion ในสไตล์ Dirty Martini
นี่ไม่ใช่ค็อกเทลที่ใช้ในการเริ่มต้นค่ำคืน แต่เป็นแก้วที่บอกว่าเจ้าของแก้วรู้ว่าตัวเองสั่งอะไร และเข้าใจว่าทำไม Rooftop จึงต้องการแก้วที่จริงจังในจังหวะหนึ่งของค่ำคืน
ส่วนผสม: Togouchi Whisky Sake Cask Finish · Maraschino Liqueur · Sake Vermouth · Orange Bitters · Black Olives & Onions

03
Red Sky · Centara Grand at Centralworld
Equity — เมื่อข้าวหอมมะลิเดินขึ้นไปอยู่บนชั้น 55

Red Sky ที่ชั้น 55 ของ Centara Grand at Centralworld เป็นหนึ่งใน Rooftop ที่อยู่ในใจกลางเมืองที่สุด มองเห็นทั้งราชประสงค์และทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ในมุมที่ไม่เหมือนที่อื่น และในเมนูเครื่องดื่ม แก้ว Equity คือการนำวัตถุดิบไทยมาตีความในสไตล์ Modern Asian Mixology
Lady Triệu Contemporary Gin จากเวียดนามที่ใช้ Botanical เอเชียเป็นพื้นฐาน ผสมกับ Jasmin Rice Cordial ที่ทำจากข้าวหอมมะลิ Coconut Seltzer ที่ให้พรายฟองและความหวานบาง ๆ จากมะพร้าว ปิดท้ายด้วย Saline Solution ที่ทำหน้าที่ดึงรสชาติทั้งหมดให้คมขึ้น
นี่คือค็อกเทลที่บาร์ระดับโลกใช้พิสูจน์ว่าวัตถุดิบไทยไม่ใช่แค่ของแปลกใหม่ แต่สามารถยืนเป็นแก้วระดับ Signature ของบาร์ระดับ World's 50 Best ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ส่วนผสม: Lady Triệu Contemporary Gin · Jasmin Rice Cordial · Coconut Seltzer · Saline Solution

04
ABOVE ELEVEN · Sukhumvit 11
Leaf of Life — เมื่อ Pisco จากเทือกเขาแอนดีสมาพบกับแอปเปิลและอบเชย

ABOVE ELEVEN ที่ชั้น 33 ของซอยสุขุมวิท 11 คือ Rooftop ที่หยิบวัฒนธรรมเปรู-ญี่ปุ่นมาผสมจนกลายเป็นจุดหมายเฉพาะตัวของย่านสุขุมวิท และในเมนูค็อกเทล แก้ว Leaf of Life คือการตีความ Sour Cocktail ในแบบที่ลึกลงไปในรากของเปรูอย่างแท้จริง
Pisco Demonio de los Andes ที่กลั่นจากองุ่น Quebranta บนที่สูงของเทือกเขาแอนดีส ผสานกับ Apple-Cinnamon Cordial ที่ดึงความหวานหอมของแอปเปิลและอบเชยออกมาในระดับที่กลมกลืน Dry Vermouth ที่เพิ่มมิติของสมุนไพร Acid Mix ที่เสริมรสเปรี้ยวคมในแบบที่น้ำมะนาวธรรมดาให้ไม่ได้ และปิดท้ายด้วย Egg White ที่สร้างฟองนวลละเอียดบนหน้าแก้ว
นี่คือแก้วที่ออกแบบมาเพื่อ "ค่อย ๆ อ่าน" ในจังหวะที่บทสนทนาเริ่มลึกขึ้น ฟองที่นุ่มในจิบแรกค่อย ๆ เปิดเผยกลิ่น Pisco ที่เป็นเอกลักษณ์ ตามด้วยความหวานของแอปเปิลและกลิ่นอบเชยที่อบอุ่น ก่อนจบด้วยเปรี้ยวคมที่กระตุ้นให้อยากจิบครั้งต่อไป
ส่วนผสม: Pisco Demonio de los Andes · Apple-Cinnamon Cordial · Dry Vermouth · Acid Mix · Egg White

05
Octave Rooftop Lounge & Bar · Marriott Sukhumvit
Golden Hour — สามส่วนผสมที่จับภาพแสงทองได้พอดี

Octave Rooftop ที่ชั้น 45-49 ของ Marriott Sukhumvit คือหนึ่งใน Rooftop ที่ออกแบบมาเพื่อ Golden Hour โดยเฉพาะ ระเบียงโค้งที่กวาดมุมมอง 360 องศาของกรุงเทพฯ ทำให้แก้วในมือต้องไม่กลบบรรยากาศ และเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Golden Hour ก็เกิดขึ้นจากปรัชญาเดียวกัน
ส่วนผสมเรียบง่ายเพียงสามอย่าง Jim Beam Bourbon ที่ให้ฐานวิสกี้คาแรกเตอร์ Caramel-Vanilla ผสมกับ Turmeric Syrup ที่ทำจากขมิ้นสด ให้สีทองของแสงยามเย็นและกลิ่นรสที่อบอุ่น ปิดด้วย Lime Juice ที่ดึงทุกอย่างเข้าหาความสด
แก้วนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่ออกแบบมาเพื่อ "อยู่ร่วม" กับช่วงเวลาที่แสงทองแผ่ไปทั่วกรุงเทพฯ ในช่วง 18:30-19:00 น. — ช่วงเวลาที่ทุกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปโดยไม่ต้องนัดหมาย
ส่วนผสม: Jim Beam · Turmeric Syrup · Lime Juice

Rooftop ที่ดี ต้องการแก้วที่ "เป็นของตัวเอง"
จุดร่วมของทั้ง 5 แก้วซิกเนเจอร์ในลิสต์นี้ ไม่ได้อยู่ที่สูตรหรือส่วนผสม แต่อยู่ที่การที่แต่ละบาร์ ตั้งใจออกแบบแก้วของตัวเองให้ตอบสนองกับวิว ลม และเมืองที่อยู่ข้างล่าง
แก้ว Sky Forest ของ Vertigo ตอบรับกับการเป็นบาร์เปิดบนชั้น 61 ที่กลางท้องฟ้า · SuperNOVA ของ Cielo สะท้อน Mixology ที่ก้าวกว่าทั่วไป · Equity ของ Red Sky คือคำตอบของวัตถุดิบไทยในกรอบสากล · Leaf of Life ของ Above Eleven นำ Pisco จากเทือกเขาแอนดีสมาเล่นกับแอปเปิลและอบเชย · และ Golden Hour ของ Octave คือการจับภาพช่วงเวลาที่แสงทองแผ่กระจายในแก้วเดียว
หาส่วนผสมสำหรับเครื่องดื่มของคุณ
ส่วนผสมของค็อกเทลระดับ Rooftop สามารถสอบถามได้ที่ LIQ9
Rooftop Bangkok — ที่ที่แสงเปลี่ยน บทสนทนาเกิด และแก้วเล่าเรื่องของเมือง