Vodka vs Gin Martini ต่างกันยังไง? แก้วไหนใช่ที่สุด

20 กรกฎาคม 2026
More from this author
By MR.LIQ9

Vodka Martini คือหนึ่งในค็อกเทลที่ดูเรียบง่ายที่สุด แต่ซ่อนความเข้มงวดไว้มากที่สุด—มีแค่วอดก้า vermouth และน้ำแข็ง แต่ความต่างของวอดก้าแต่ละยี่ห้อส่งผลต่อแก้วสุดท้ายอย่างชัดเจน

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่าอะไรทำให้วอดก้ายี่ห้อหนึ่ง “ดี” สำหรับ Martini มากกว่าอีกยี่ห้อ เทียบกับ Gin Martini และสูตรพื้นฐานที่ทำได้จริงที่บ้าน

แก้ว Martini ทรง V สองใบ วอดก้ามาร์ตินี่ใสสะอาดคู่กับจินมาร์ตินี่ พร้อมมะกอกและ lemon twist บนบาร์

Martini คือค็อกเทลที่ให้อภัยความผิดพลาดน้อยที่สุด เพราะไม่มีน้ำผลไม้หรือน้ำเชื่อมมาช่วยกลบ ทุกอย่างในแก้วคือสุราฐาน vermouth และความเย็น—ถ้าเลือกฐานผิดหรือทำเทคนิคพลาด รสจะบอกทันที นี่คือเหตุผลที่การเลือกวอดก้าหรือจินให้ถูกจึงสำคัญกว่าที่คิด

เราจะพาคุณดูว่า Vodka Martini กับ Gin Martini ต่างกันตรงไหน อะไรทำให้วอดก้ายี่ห้อหนึ่งเหมาะกับ Martini มากกว่าอีกยี่ห้อ พร้อมเทียบแบรนด์ในลิสต์แนะนำของเรา และสูตรพื้นฐานที่ทำตามได้ทันที

Vodka Martini at a Glance
ประเภทค็อกเทลStirred · Spirit-forward (ค็อกเทลใส เน้นสุราฐาน)
ส่วนผสมหลักวอดก้า (หรือจิน) + Dry Vermouth
เทคนิคสำคัญStirred ในแก้ว Mixing glass — ไม่ใช่ Shaken
แก้วเสิร์ฟMartini glass / Coupe (ชิลล์ก่อนเสมอ)
Base ที่เลือกได้วอดก้า = สะอาดนุ่ม · จิน = จูนิเปอร์และสมุนไพร
เหมาะกับคนชอบรสสะอาดนุ่ม หรือคาแรกเตอร์สมุนไพรที่มีมิติ

Vodka Martini vs. Gin Martini — ทำไมต้องเลือก

เปรียบเทียบ Vodka Martini กับ Gin Martini สองแก้วเคียงกัน สื่อถึงความต่างของฐานสุรา

Martini มีอยู่สองสกุลใหญ่: Gin Martini ที่เป็นต้นฉบับคลาสสิก และ Vodka Martini ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในยุคหลัง โดยเฉพาะหลังที่ James Bond เลือก “Vodka Martini” จนกลายเป็นภาพจำ ทั้งสองใช้ vermouth และเทคนิคเดียวกัน ต่างกันแค่ฐานสุรา—แต่นั่นคือความต่างที่เปลี่ยนทุกอย่าง

Gin Martini ใช้จินเป็นฐาน ซึ่งมาพร้อมกลิ่นจูนิเปอร์ สมุนไพร และดอกไม้ที่โดดเด่นอยู่แล้วในตัวเอง คาแรกเตอร์ของจินจะกำหนดรสส่วนใหญ่ของค็อกเทล ไม่ว่า vermouth หรือ garnish จะเป็นอะไร Gin Martini จึงมีมิติและความซับซ้อนตั้งแต่จิบแรก

ในทางกลับกัน Vodka Martini ให้อภัยน้อยกว่า—เพราะวอดก้าถูกออกแบบมาให้สะอาดและเป็นกลาง ถ้าวอดก้ามีรสฝาดหรือขมซ่อนอยู่ มันจะโผล่ออกมาให้รู้สึกได้ชัดในแก้วใส ๆ แบบนี้ ขณะที่ในค็อกเทลที่มีส่วนผสมเยอะ ข้อบกพร่องเหล่านั้นจะถูกกลบไป การเลือกวอดก้าที่ดีจึงสำคัญเป็นพิเศษสำหรับ Martini

อะไรทำให้วอดก้า “ดี” สำหรับ Martini จริง ๆ

วอดก้าใสในแก้ว Martini สื่อถึงความสะอาดและเนื้อสัมผัสที่ดีสำหรับค็อกเทลใส

วอดก้าหลายยี่ห้อมักถูกอธิบายว่า “ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส” ซึ่งจริงบางส่วน—วอดก้าถูกออกแบบมาให้สะอาดที่สุดในบรรดาสุรา แต่คำว่า “ไม่มีรส” ไม่ได้แปลว่าทุกยี่ห้อเหมือนกัน สิ่งที่เราต้องการจากวอดก้าที่ดีสำหรับ Martini มีสามมิติหลัก:

  • ความสะอาด (Cleanliness) — ไม่มีรสฝาดหรือขมปลายลิ้นที่มักเกิดจากการกลั่นไม่บริสุทธิ์พอ ความสะอาดคือสิ่งที่ทำให้แต่ละจิบรู้สึกสดชื่น ไม่ “เปรี้ยวปลายลิ้น”
  • ความนุ่มเนียน (Smoothness) — เนื้อสัมผัสที่เนียนลื่น ไม่มีความแสบแอลกอฮอล์ที่หยาบกระโชก วอดก้าที่นุ่มทำให้ค็อกเทลดื่มง่ายและให้รสสะอาดตั้งแต่ต้นจนจบแก้ว
  • ความเป็นกลาง (Neutrality) — ไม่ใช่ไม่มีรสทั้งหมด แต่ไม่มีรสแปลกที่จะแย่งพื้นที่จาก vermouth หรือ garnish ที่บาร์เทนเดอร์ตั้งใจออกแบบไว้

ทดสอบวอดก้าสำหรับ Martini ง่าย ๆ ด้วยการดื่มเพียวเล็กน้อยที่อุณหภูมิห้องก่อน แล้วสังเกตว่ามีรสขมหรือฝาดปลายลิ้นไหม ถ้ามีแม้เล็กน้อย รสนั้นจะโผล่ชัดขึ้นใน Martini เพราะไม่มีอะไรมากลบ

เทียบแบรนด์ในลิสต์แนะนำ: วอดก้า vs จิน

ขวดวอดก้าและจินหลายยี่ห้อสำหรับทำ Martini เรียงบนบาร์

จากลิสต์ที่ทีมบาร์เทนเดอร์ LIQ9 คัดมาให้—วอดก้าสองตัวและจินสามตัว—นี่คือคาแรกเตอร์ของแต่ละขวดในบริบทของ Martini วอดก้าเด่นเรื่องความนุ่มสะอาด ส่วนจินเด่นเรื่องคาแรกเตอร์และกลิ่นสมุนไพร (จุดยิ่งมากยิ่งเด่น):

แบรนด์ ฐาน ความนุ่ม/สะอาด คาแรกเตอร์/กลิ่น สไตล์ Martini ที่เหมาะ
Russian Standard Vodka Dry Martini รสสะอาด วอดก้าเป็นพระเอก
Grey Goose Vodka Vodka Martini นุ่มพรีเมียม เนื้อเนียนหรู
Sipsmith London Dry Gin Gin Martini คลาสสิก จูนิเปอร์สมดุล
Hendrick's Gin Martini กลิ่นแตงกวา–กุหลาบ นุ่มหอมละมุน
Monkey 47 Gin Martini ซับซ้อน 47 สมุนไพร คาแรกเตอร์จัดเต็ม

เลือกอย่างไร: อยากได้ Martini ใสสะอาด นุ่มเป็นกลาง เลือกวอดก้า—Russian Standard คุ้มค่าและสะอาดคม ส่วน Grey Goose นุ่มพรีเมียมกว่า อยากได้ Martini ที่มีคาแรกเตอร์และกลิ่นสมุนไพร เลือกจิน—Sipsmith สำหรับสายคลาสสิก Hendrick's สำหรับกลิ่นแตงกวา–กุหลาบที่นุ่ม และ Monkey 47 สำหรับคนที่อยากได้ความซับซ้อนเต็มที่

สูตร Vodka / Gin Martini พื้นฐาน (HowTo)

ขั้นตอนทำ Martini พื้นฐาน: stir ในแก้ว mixing glass ก่อนกรองลงแก้ว Martini ที่ชิลล์

ค็อกเทลที่ง่ายที่สุดในโลกมักเป็นค็อกเทลที่ยากที่สุดในการทำให้สมบูรณ์แบบ Martini ไม่มีที่ซ่อนสำหรับความผิดพลาด นี่คือสูตรพื้นฐานพร้อมเทคนิคที่ทีมบาร์เทนเดอร์ LIQ9 ใช้จริง

อุปกรณ์ที่ต้องมี: Mixing glass · Bar spoon · Strainer · Martini glass หรือ Coupe (ชิลล์ก่อน)

ส่วนผสม:

  • ฐานสุรา 60 มล. — วอดก้า (เช่น Russian Standard หรือ Grey Goose) สำหรับ Vodka Martini · หรือจิน (Sipsmith / Hendrick's / Monkey 47) หากชอบ Gin Martini
  • Dry Vermouth 10–15 มล. — เช่น Noilly Prat หรือ Dolin Dry
  • น้ำแข็งก้อนใหญ่ — เต็ม mixing glass
  • Garnish — มะกอก 1–2 ลูก หรือ lemon twist

วิธีทำ:

  1. ชิลล์แก้ว Martini ด้วยน้ำแข็งและน้ำเย็น 2–3 นาที แล้วทิ้งน้ำออก
  2. ใส่น้ำแข็งก้อนใหญ่ลงใน mixing glass
  3. เท dry vermouth ลงก่อน แล้วตามด้วยสุราฐาน (วอดก้าหรือจิน)
  4. Stir ด้วย bar spoon นาน 30–40 วินาที หมุนช้า ๆ สม่ำเสมอ—ไม่ใช่ shaken
  5. กรองลงแก้วที่ชิลล์แล้วอย่างช้า ๆ
  6. วาง garnish มะกอกหรือ lemon twist บนขอบแก้ว
  7. เสิร์ฟทันที—Martini รอไม่ได้
Dry Ratio Tip

ยิ่งใส่ vermouth น้อย ยิ่ง “dry” — Extra Dry Martini ใช้ vermouth เพียงราว 5 มล. หรือแค่ swirl แก้วด้วย vermouth แล้วเทออกก่อนใส่สุราฐาน หากชอบสมดุลขึ้นให้เพิ่ม vermouth เป็น 15 มล. ไม่มีสัดส่วนเดียวที่ถูก—ปรับตามลิ้นคุณ

Stirred Not Shaken: ทำไมเทคนิคถึงสำคัญ

James Bond สั่ง “shaken, not stirred” จนกลายเป็นวัฒนธรรมป๊อป แต่บาร์เทนเดอร์คลาสสิกส่วนใหญ่จะบอกว่านั่นเป็นบุคลิกของตัวละครมากกว่าจะเป็นสูตรที่ดีที่สุด

การ shake จะทำให้น้ำแข็งแตกละเอียด อากาศถูกตีเข้าไปในค็อกเทล ทำให้เครื่องดื่มขุ่นขาว (“bruising”) เจือจางเร็ว และพื้นผิวไม่เนียนอย่างที่ควร ขณะที่การ stir ช้า ๆ ให้ความเย็นสม่ำเสมอ เจือจางกำลังดี และรักษาความใสของ Martini ไว้

สำหรับค็อกเทลอย่าง Daiquiri หรือ Margarita ที่มีน้ำผลไม้ การ shake จำเป็นเพื่อผสมส่วนที่มีความหนาแน่นต่างกัน แต่ Martini ไม่มีน้ำผลไม้—stir เท่านั้นคือคำตอบ

และการชิลล์แก้วก่อนทำ Martini ไม่ใช่รายละเอียดเล็ก ๆ—มันคือความต่างระหว่าง Martini ที่ดีกับ Martini ที่ยอดเยี่ยม Martini ที่เทลงแก้วอุ่นจะอุ่นขึ้นหลายองศาภายในนาทีแรก ทำให้รสเปลี่ยนและแอลกอฮอล์ระเหยเร็ว

วอดก้าและจินที่เราแนะนำ

คัดวอดก้าและจินที่ทีมเราแนะนำสำหรับ Martini—สะอาด นุ่ม และคาแรกเตอร์ครบทั้งสองสาย เลือกฐานที่ตรงสไตล์คุณได้เลย มีในสต็อกพร้อมส่ง:


  1. Russian Standard  Vodka (700 ml)

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Russian Standard Vodka (700 ml)
    สินค้าหมด
  2. Sipsmith  London Dry Gin (700 ml)

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Sipsmith London Dry Gin (700 ml)
    สินค้าหมด
  3. Hendrick's Gin (700 ml)

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Hendrick's Gin (700 ml)
    สินค้าหมด
  4. Monkey 47  Dry Gin (500 ml)

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Monkey 47 Dry Gin (500 ml)
    Rating:
    100%
    สินค้าหมด
  5. Grey Goose  Vodka (750 ml)

    Member Access — Please Register / Log-in to Continue

    Grey Goose Vodka (750 ml)
    Rating:
    100%
    สินค้าหมด

ไม่แน่ใจว่าจะเลือกวอดก้าหรือจินยี่ห้อไหน?

ทีมบาร์เทนเดอร์ LIQ9 พร้อมแนะนำสุราฐานตามสไตล์ Martini ที่คุณชอบ เช็กสต็อก และช่วยเลือก vermouth ที่เหมาะ—สอบถามและสั่งซื้อทาง LINE ได้เลย

เพิ่มเพื่อน LINE

คำถามที่พบบ่อย

Vodka Martini ควรใช้วอดก้าแบบไหน

ควรเลือกวอดก้าที่กลั่นและกรองมาอย่างสะอาด ไม่มีรสฝาดหรือขมปลายลิ้น และมีเนื้อสัมผัสนุ่มเนียน เพราะ Martini เป็นค็อกเทลใสที่ไม่มีอะไรมากลบข้อบกพร่อง ตัวเลือกที่บาร์เทนเดอร์นิยมคือ Russian Standard ที่สะอาดคมและคุ้มค่า และ Grey Goose ที่นุ่มพรีเมียมเป็นพิเศษ ทั้งคู่ให้รสสะอาดที่เหมาะกับ dry martini

Vodka Martini กับ Gin Martini ต่างกันยังไง

Gin Martini ใช้จินเป็นฐานที่มีกลิ่นจูนิเปอร์และสมุนไพรชัดเจน ทำให้รสซับซ้อนและมีคาแรกเตอร์เด่นตั้งแต่แก้วแรก ส่วน Vodka Martini ใช้วอดก้าที่โดยธรรมชาติสะอาดและเป็นกลาง ให้แก้วที่ใสและนุ่มกว่า เน้นความเนียนของสุราและ vermouth เลือกจินถ้าชอบคาแรกเตอร์ เลือกวอดก้าถ้าชอบความสะอาด

ทำไม Martini ต้อง Stirred ไม่ใช่ Shaken

การ shake จะทำให้น้ำแข็งแตกละเอียด อากาศถูกตีเข้าไป ทำให้เครื่องดื่มขุ่นและเจือจางเร็วกว่า Martini เป็นค็อกเทลที่ต้องการความใส ความเย็นที่สม่ำเสมอ และเนื้อสัมผัสเนียน การ stir ช้า ๆ 30–40 วินาทีจึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ส่วนสูตรที่มีน้ำผลไม้อย่าง Margarita จึงค่อยใช้ shake

จำเป็นต้องชิลล์แก้วก่อนไหม

สำคัญมาก Martini ที่ดีต้องเสิร์ฟเย็นจัดตั้งแต่แก้วแรก ถ้าแก้วอุ่น ค็อกเทลจะอุ่นขึ้นทันทีที่รินใส่ ทำให้รสเปลี่ยนและแอลกอฮอล์ระเหยเร็ว วิธีง่ายที่สุดคือใส่น้ำแข็งกับน้ำเย็นในแก้ว Martini ทิ้งไว้ 2–3 นาทีระหว่างที่ stir แล้วเทน้ำออกก่อนกรองค็อกเทลลงไป

เลือกยี่ห้อไหนดีสำหรับ Martini

ถ้าชอบ Vodka Martini ใสสะอาด Russian Standard และ Grey Goose คือสองตัวที่เราแนะนำ ถ้าชอบ Gin Martini ที่มีคาแรกเตอร์ ลอง Sipsmith London Dry สำหรับสายคลาสสิก Hendrick's สำหรับกลิ่นแตงกวา–กุหลาบที่นุ่ม หรือ Monkey 47 สำหรับความซับซ้อนของสมุนไพร 47 ชนิด ทั้งหมดมีในสต็อก สอบถามทีมเราทาง LINE เพื่อช่วยจับคู่กับ vermouth ได้

Martini ที่ดีไม่ได้เกิดจากเทคนิคสุดยอดอย่างเดียว—มันเกิดจากสุราฐานที่สะอาด แก้วที่เย็นพอ และการ stir ที่อดทนพอจะไม่รีบ

ดื่มอย่างมีสติ · 20+