Jungle Bird – ค็อกเทลจากกัวลาลัมเปอร์ที่กลายเป็นตำนานระดับโลก

5 สิงหาคม 2025
Posted in: Cocktail Recipe
More from this author
By MR.LIQ9

ในโลกของค็อกเทล "Jungle Bird" เป็นหนึ่งในเมนูที่สร้างความประหลาดใจให้กับทั้งนักดื่มมือใหม่และมือโปร ด้วยการจับคู่ที่แสนจะ “ไม่ธรรมดา” อย่าง Dark rum กับ Campari เหล้าขมจากอิตาลี… แต่กลับเข้ากันอย่างลงตัวในสไตล์ทรอปิคอลที่เต็มไปด้วยเสน่ห์

มันไม่ใช่แค่ค็อกเทลสับปะรดสดชื่นธรรมดา แต่คือ การผสมผสานระหว่างความขม ความหอมหวาน และรสเข้มของรัมดำ อย่างมีจังหวะจะโคน…เหมือนเสียงนกร้องในป่าดึกดำบรรพ์


จุดกำเนิด: จากล็อบบี้โรงแรมสู่ระดับโลก

Hilton Kuala Lumpur

Jungle Bird ถือกำเนิดขึ้นในปี 1978 ที่ โรงแรม Hilton Kuala Lumpur ประเทศมาเลเซีย โดย Bartender ชื่อ Jeffrey Ong ที่ต้องการต้อนรับแขกโรงแรมด้วยค็อกเทลที่สะท้อนกลิ่นอายเขตร้อนของภูมิภาค

ชื่อ “Jungle Bird” ได้แรงบันดาลใจจากกรงนกสไตล์เขตร้อนที่เคยประดับในล็อบบี้ของโรงแรม จากนั้น Jungle Bird ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถูกจดบันทึกในหนังสือ “The New American Bartender’s Guide” โดย John J. Poister ในปี 1989 และกลายเป็นเมนูประจำบาร์ Tiki ชั้นนำทั่วโลก

 

รสชาติที่ซับซ้อนแต่สดชื่น

Jungle Bird

Jungle Bird แตกต่างจากค็อกเทลทรอปิคอลทั่วไปตรงที่ใส่ Campari เหล้าขมสีแดงจากอิตาลี ซึ่งส่วนมากใช้กับ Negroni หรือ Aperitivo ซึ่งการใส่ Campari ลงไปใน Jungle Bird ช่วยเพิ่มความลุ่มลึก ลดความหวานของสับปะรด และสร้างสมดุลให้กับรัม

 

รสชาติของ Jungle Bird จะมีลำดับชัดเจน:
● เริ่มจากกลิ่นสับปะรดสดและน้ำเชื่อม
● ตามด้วยกลิ่นหอมจาก Dark rum และโน้ตของถังไม้
● จบด้วยความขมเบา ๆ จาก Campari ที่ค้างอยู่บนลิ้นอย่างนุ่มนวล

 

สูตร Jungle Bird แบบดั้งเดิม

Dark Rum 45 ml (เช่น Plantation Original Dark)
Campari 15 ml
● น้ำสับปะรด 45 ml
● น้ำมะนาวสด 15 ml
● น้ำเชื่อม 10 ml (สามารถใช้ Demerara syrup เพื่อเพิ่ม body)

Shake ส่วนผสมกับน้ำแข็ง แล้วเสิร์ฟใส่ แก้ว Rock หรือ Tiki Mug ตกแต่งด้วยใบสับปะรดหรือส้มแผ่น

 

ทำไม Jungle Bird ถึงเป็น "ค็อกเทลที่บาร์เทนเดอร์หลงรัก"?

Jungle Bird

เพราะมันคือค็อกเทลที่ "ท้าทายความหวาน" ด้วยความขมอย่างมีศิลปะ และยังเป็น “ตัวแทนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ที่แจ้งเกิดบนเวทีโลก
บาร์เทนเดอร์ระดับโลกหลายคนใช้ Jungle Bird เป็นเวทีแสดงฝีมือ เช่น

● การ infuse rum ด้วยเครื่องเทศ
● การหมักสับปะรดด้วยสมุนไพร
● หรือแม้แต่การตีโฟมหรือ Smoke glass เพิ่มสัมผัสพิเศษ

 

แนะนำจาก LIQ9

อยากดื่ม Jungle Bird ให้สุด ควรใช้

Dark Rum ที่มีความหนาแน่นของรส เช่น Diplomatico หรือ Plantation Original Dark
● น้ำสับปะรดสด ไม่ใช่น้ำกล่อง เพื่อให้ได้ความเปรี้ยวหวานธรรมชาติ
● ตกแต่งอย่างมีธีม เช่น แก้ว Tiki, ชิ้นสับปะรด หรือพลัมแห้งเคลือบเกลือ


Jungle Bird คือตัวแทนแห่งความคิดสร้างสรรค์ของภูมิภาคเรา มันคือการดึงคาแรคเตอร์ของวัตถุดิบเขตร้อนมาผสมผสานกับเหล้าระดับโลก และยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ค็อกเทลที่บาร์เทนเดอร์เอเชียภาคภูมิใจ

ถ้าคุณพร้อมจะเดินทางในรสชาติที่มีทั้งความขม ความหวาน ความซับซ้อน และกลิ่นอายของดินแดนเอเชีย…

คลิ๊กเพื่อดู Dark Rum ทั้งหมด